fbpx

3 บทเรียนชีวิตจากนักบนอวกาศ เพื่อนำมาใช้บนโลกของเรา

February 29, 2020

สวัสดีครับ ไม่ได้เขียนบทความมานาน และที่ผ่านมายุ่งกับงานที่ปรึกษา ที่ต้องวางระบบรายงานต่าง ๆ จนแทบจะเป็น Data Engineer แล้ว... จนตอนนี้ระบบเริ่มเข้าที่เลยกลับมาคิดว่า จะเขียนบล็อกต่อ และก็ได้อ่านบทย่อของหนังสือที่น่าสนใจเล่มนึ่ง เลยเอามาแปลให้อ่านกันครับ

อ้อ และการแปลของผมนั้นจะไม่มาแปลตรงตัวอักษรนะครับ มันเขียนไม่สนุก แต่ผมจะใช้วิธีอ่านจับใจความ และแปลเป็นคำพูดผมแทนครับ ใครไม่ชอบสไตล์นี้จะผ่านก็ไม่ว่ากันนะครับ แจ้งก่อนโดนว่า....555

หนังสือที่ว่าชื่อ An Astronaut's Guide to Life on Earth เป็นหนังสือที่เขียนโดยคุณ Chris Hadfield ซึ่งเขาเป็นนักบินอวกาศชาวแคนาดาคนแรก ๆ ที่ได้ขึ้นไปอวกาศครับ โดยในปี 2013 เขาได้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาของสถานีอวกาศนานาชาติ และได้ขึ้นไปอยู่บนอวกาศเป็นเวลา 5 เดือนครับ จัดว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในวงการนี้ครับ

ที่ผมหยิบหนังสือเล่มนี้มาแปลให้อ่านแบบสรุปสนุก ๆ ก็เพราะเนื้อหามันน่าสนใจมากครับ ข้อคิดที่ได้สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้เลย และอาจจะมีมุมมองต่างกับแนวคิดทางจิตวิทยานิด ๆ ด้วย



 

ข้อเท็จจริงในการเป็นนักบินอวกาศ

การขึ้นไปอวกาศ เป็นความฝันของเด็ก ๆ (และผู้ใหญ่) หลาย ๆ คน การได้ล่องลอยในอวกาศที่ไร้น้ำหนัก เห็นโลกสีฟ้ากลม ๆ ของเราทั้งใบ และตัวเราก็ห้อมล้อมไปด้วยดวงดาวมากมาย......

แต่ทว่า...ในความจริงแล้ว การเป็นนักบินอวกาศนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่เขียนข้างต้นครับ นักบินอวกาศ คือ คนที่ถูกฝึกมาให้อยู่ในอวกาศได้

คุณ Chris Hadfield ได้ให้คำนิยามของนักบินอวกาศเอาไว้ว่า "An astronaut is someone who’s able to make good decisions quickly, with incomplete information, when the consequences really matter."

แปลเป็นไทยคือ นักบินอวกาศคือคนที่สามารถตัดสินใจได้ดีและรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่มีข้อมูลน้อย เมื่อสิ่งที่ทำนั้นส่งผลต่อผลลัพธ์ที่สำคัญมาก ๆ ครับ

พูดง่าย ๆ ก็คือ ในจังหวะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายบนอวกาศ นักบินอวกาศจะต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ดีที่สุด ให้รวดเร็วที่สุด ทั้ง ๆ ที่ไม่มีข้อมูลอะไรมากพอให้มั่นใจต่อการตัดสินใจนั้น ได้เลย นั่นเอง

สำหรับผม คำนิยามนี้ เป็นจุดหักมุมของหนังสือเลยครับ เพราะตอนแรกคิดว่า จะได้อ่านชีวิตการเป็นนักบินอวกาศแบบสวยหรู เหมือนในหนัง แต่พออ่านนิยามนี้ มันไม่ใช่เลย.... มันเป็นนิยามที่เกี่ยวกับทักษะการใช้ชีวิตไปซะงั้น...


3 บทเรียนที่คุณ Chris Hadfield ได้เรียนรู้มา

ต่อไปผมขอสรุป 3 บทเรียนที่คุณ Chris Hadfield ได้เรียนรู้จากการเป็นนักบินอวกาศมาครับ และที่น่าสนใจคือ มันสามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย

1. การเตรียมพร้อมคือ ทุกอย่าง : ต้องคิดในแง่ร้ายเสมอ

มาข้อแรกก็น่าจะสะกิดใจกันนะครับ ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะได้ยินเรื่อง การคิดบวก จะส่งผลดีต่อชีวิต แต่บทเรียนแรกของคุณ Chris คือ ให้เราคิดลบ ครับ และเตรียมพร้อมกับเรื่องร้าย ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ในความคิดของคุณ Chris นั้น ไม่มีคำว่า "เตรียมพร้อมมากเกินไป" ซึ่งแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คุณ Chris นิยามคำว่า นักบินอวกาศ ไว้ตามที่เขียนไปข้างต้นครับ

นักบินอวกาศนั้น จะต้องเตรียมพร้อมทุกอย่าง เพื่อที่จะสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดทุกรูปแบบได้อย่างรวดเร็ว ครับ

อุบัติเหตุในอวกาศนั้น ถ้าเกิดขึ้นมา โอกาสเสียชีวิตจะมีสูงมาก ๆ สิ่งเดียวที่จะทำให้นักบินอวกาศใช้ชีวิตรอดอยู่ได้ คือ การจินตนาเหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และเตรียมป้องกันไว้ นั่นเองครับ

ซึ่งการทำเช่นนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสการมีชีวิตรอดได้มากขึ้น เพราะคนที่มีความเตรียมพร้อมมากกว่า จะสงบสติอารมณ์ได้ดีกว่า และในยามคับขัน คนที่มีสติจะตัดสินใจต่าง ๆ ได้ดีกว่าครับ

ดังนั้น ถ้าเราใช้แนวคิดนี้ มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เราจะทำตัวเฉยมาก ๆ เมื่อมีเหตุการณ์ไม่ดีต่าง ๆ เกิดขึ้น และเราก็จะสามารถรับปัญหาเหล่านั้นได้ทันทีด้วย

ส่วนตัวผม บทเรียนนี้เป็นบทเรียนที่โดนใจสุด ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะนิสัยผม ก็ชอบคิดเรื่องร้าย ๆ ที่อาจเกิด และเตรียมแก้ปัญหาพวกนี้เป็นนิสัย จนหลาย ๆ ครั้ง คนรอบตัวก็บอกว่า ผมเป็นคนละเอีดดเกินไป.... แต่พอปัญหาเกิดตามที่ผมประเมิน ก็รอดตัวกันไป เช่นกัน... (ถึงแม้นาน ๆ จะเกิดสักทีก็ตามครับ 555)

2. ความสำคัญของการทำผิดพลาดคือ การยอมรับการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์

บนโลกของเรานั้น หลาย ๆ คนจะถูกสอนว่า ความผิดพลาดทำให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความจริง และผมก็นเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย

แต่ในอวกาศนั้น ไม่ใช่... ความผิดพลาดเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อชีวิตได้ ดังนั้นการใช้ชีวิตในอวกาศจะต้องไม่ทำให้เกิดความผิดพลาดเลย หรือไม่ก็ลดความคิดพลาดให้น้อยที่สุด

และสิ่งที่ช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ก็คือ การยอมรับฟังคำวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ครับ

คำพูดที่คุณ Chris พูดเสมอ คือ “the more they criticize you, the safer you are.”

แปลเป็นไทยคือ ยิ่งมีคนวิจารณ์ความคิดของคุณมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น ครับ

ซึ่ง บทเรียนนี้สามารถนำมาใช้บนโลกได้ง่าย ๆ ด้วยการถามความเห็นคนรอบข้าง ก่อนลงมือทำนั่นเองครับ สิ่งสำคัญคือ ควรถามหลาย ๆ คน จากกลุ่มคนที่แตกต่างกันด้วยนะครับ เช่น ถามเพื่อน ถามเจ้านาย ถามภรรยา เป็นต้น และนำความเห็นเหล่านั้นมาใช้ในการตัดสินใจครับ

3. มีเวลาให้ครอบครัวเสมอ ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหนก็ตาม

การเป็นนักบินอวกาศนั้น หมายถึงการต้องอยู่ห่างจากครอบครัวด้วย เวลาที่อยู่ห่างจากครอบครัวนั้น ไม่ใช่แค่ตอนปฏิบัติภารกิจบนอวกาศเท่านั้น แต่ระหว่างฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวขึ้นอวกาศบนโลก นักบินอวกาศก็จะต้องจากครอบครัวเป็นเวลานาน หลายสัปดาห์ด้วยครับ

ซึ่งนั้นทำให้ นักบินอวกาศส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวน้อยกว่า 15 สัปดาห์ (ประมาณเกือบ 4 เดือน) ต่อปี และใช้เวลาที่เหลือไปกับการฝึกและปฏิบัติภารกิจ

ซึ่งแม้แต่ตัวคุณ Chris เอง ก็มีเวลาให้ครอบครัวน้อย เช่นกันครับ เขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาทำงานจนไม่ได้ไปร่วมงานวันเกิดครบรอบ 16 ปีของลูกชายเขา ครับ

ขอเสริมนิดนึงตรงนี้ครับ ผมคิดว่า ค่อนข้างเข้าใจความรู้ของบทเรียนในข้อที่สามนี้ครับ เนื่องจากการเป็นนักบินอวกาศนั้น ก็เหมือนเอาชีวิตไปแขวนบนเส้นด้ายตลอดเวลา การขึ้นอวกาศแต่ละครั้ง ถ้ามีความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะไม่ได้กลับมาที่โลกอีก

นอกจากนี้ การฝึกเพื่อเตรียมตัวในแต่ละภารกิจนั้น ก็ต้องไปเข้าค่ายจากครอบครัวเป็นเวลาหลายเดือนด้วย ดังนั้น การได้อยู่กับครอบครับให้ได้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญครับ

สรุปแล้ว บทเรียนที่คุณ Chris แนะนำไว้ 3 ข้อ ไม่เกี่ยวกับอวกาศเลย ซึ่งมันก็ตรงกับชื่อหนังสือที่ว่า เป็นไกด์สำหรับใช้ชีวิตบนโลกน่ะนะครับ ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมชอบมาก ๆ ครับ โดยเฉพาะข้อ 1 และ ข้อ 2

บทความหน้า ผมวางแผนว่า จะหาหนังสือมาสรุปแบบนี้ให้อ่านอีกครับ มีเล็ง ๆ ไว้อยู่หลายเรื่องด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ นะครับ สวัสดีครับ