fbpx

10 step การเอาตัวรอดสำหรับอาชีพฟรีแลนซ์

March 23, 2015

ในที่นี้ขอกล่าวถึงเหล่าบรรดาฟรีแลนซ์มือฉมัง ที่หันหลังให้กับหนทางมนุษย์เงินเดือน อาจกล่าวได้ว่าหากไม่เจ๋งจริง คงอดตายแน่นอน แต่พวกเขาเหล่านั้นมีเคล็ดลับการทำเงินอย่าไรและจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยมอย่างไร เรามีข้อสรุปสำหรับหนทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่แลกมาด้วยสิ่งที่ทุกคนต้องการนั้นคืออิสรภาพ 


เกริ่นกันซักนิด เส้นบางๆ ระหว่างตกงานและฟรีแลนซ์อาจจะทำให้เราแยกไม่ออก แต่แน่นอนบุคคลเหล่านี้มีความสามารถสูงที่หาตัวจับได้ยากและเป็นบุคคลที่ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นคุณจะหางานได้ลำบากในโลกที่มีความแข่งขันสูงเช่นนี้ แน่นอนหนทางฟรีแลนซ์ไม่ได้มีแค่เหล่านักออกแบบที่เก่งกาจ แต่สายอาชีพอื่นๆ ที่เราเห็นก็มีฟรีแลนซ์ด้วยเช่นเดียวกัน สิ่งที่ตามมานอกจากความรับผิดชอบที่มากกว่าเดิมในเรื่องการส่งมอบงานให้กับลูกค้าแล้ว การบังคับตัวคุณเองเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า เพราะด้วยความว่าอิสระทางเวลา อาจจะทำให้ฟรีแลนซ์ผู้ที่ไม่มีวินัยในตนเองอาจตกม้าตายก็เป็นได้ พวกเขาเหล่านั้นมีระบบการจัดการชีวิตอย่างไรไปดูกัน

1 . ควบคุมการเงินของคุณให้ดี
ในการทำงานฟรีแลนซ์นั้นเสมือนเข้าไปเหยียบยืนอยู่บนหน้าผา แน่นอนว่าบนหน้าผานั้นสวยงามแต่หากเมื่อไรที่คุณไม่สามารถจัดการเรื่องเงินของคุณได้ ความเลวร้ายในการใช้ชีวิตประจำวันสำหรับปัจจัยสี่นี้ จะส่งผลกระทบให้กับคุณอย่างจริงแท้แน่นอนและอาจทำให้คุณหลุดจากเส้นคำว่าฟรีแลนซ์ไปเป็นคนตกงานได้

2. สร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆ
คำว่าคอนเนคชั่นนั้น หาได้ไม่ยากและไม่ง่าย แต่คุณจะทำอย่างไรให้ลูกค้าเห็นคุณและเข้ามาคุยกับคุณ สนใจในงาน พูดคุยจนจบและมีโปรเจคต่อแบบปากต่อปาก คอนเนคชั่นสำคัญมากในชีวิตฟรีแลนซ์การสร้างคอนเนคชั่นที่ดีส่งผลให้คุณมีงานตลอดเวลาจนคุณเองอาจจะบ่นว่า ไม่ไหวแล้ว โลกโซเชียลเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีที่คุณจะค้นพบเป้าหมายได้อย่างง่ายๆ ดังใจนึก อาจจะกล่าวได้ว่า คนที่เก่งแต่ไม่มีคอนเนคชั่นก็เหมือนอยู่กับที่ไม่สามารถไปไหนได้ในอาชีพฟรีแลนซ์

3. บริหารเวลาให้เป็น
ด้วยคำว่าอิสรภาพคำนี้ เป็นเสมือนดาบสองคมที่ทำให้ชีวิตวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น หากในเดือนนี้คุณมีงานเข้ามาหลายงานคุณต้องจัดสรรค์เวลาให้ลงตัว แต่สิ่งสุดท้ายที่สำคัญจริงๆ คือเวลาพักผ่อนของคุณ มิเช่นนั้นเมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ศักยภาพด้านความคิด ไอเดียอันบรรเจิดอาจจะหยุดลงเพราะความเหนื่อยล้า สุขภาพที่ดีเป็นเรื่องสำคัญเพราะคุณอาจพลาดโอกาสทองที่หาพบได้ยากในช่วงชีวิต

4. สร้างอำนาจการต่อรองกับลูกค้า
อย่าทำในสิ่งที่คุณคิดว่าไม่คุ้มกับสิ่งที่คุณได้ เพราะโลกนี้โหดร้ายซะเหลือเกิน ดังเช่น ถูกกดราคา ทุกสิ่งต้องอยู่บนพื้นฐานที่รับได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดซะทีเดียวบางทีการลดในสิ่งที่คุณควรจะได้ตามคำขอเหล่านั้น อาจจะทำให้คุณท้อจนกระทั่งเลิกทำไปเลยก็มี ลองพูดคุยแลกเปลี่ยน สร้างตัวเลือกให้แก่ลูกค้าของคุณซึ่งจะทำให้ลูกค้าสุดเคี่ยวกลายเป็นลูกค้าสุดน่ารัก

5. เชื่อมั่นในมาตรฐานที่คุณมี
คุณค่าของงานเกิดจากคุณภาพของงานและแน่นอนคุณเป็นคนรังสรรค์มันขึ้นมา มาตรฐานนั้นสำคัญมากเพราะสิ่งเหล่านี้คือตัวชี้วัดที่จะทำให้ลูกค้าจะจ้างคุณต่อหรือไม่

6. รู้ว่าเมื่อไรควรปฏิเสธอย่างมืออาชีพ
โอ้ว...การปฏิเสธถ้าคิดเผินๆ อาจจะบอกว่า ฉันไม่เลือกงาน งานคือเงินงินคืองานเอาหมด แต่หารู้ไม่เวลาที่งานล้นมือจนทำไม่ไหวแล้วโอกาสจะกลับกลายเป็นวิกฤติทันที ดังนั้นคุณควรบอกช่วงเวลาที่เหมาะกับการรับงานของคุณให้ชัดเจนและกล่าวปฏิเสธกับลูกค้าว่างานของคุณล้นมือ ถ้าลูกค้าคนนั้นสนใจและต้องการจ้างจริงๆ เชื่อไหมว่าเค้าจะหยุดรอให้งานของคุณเสร็จและมีเวลาว่างสำหรับการจ้างงานของเขา ซึ่งทำให้โปรไฟล์ของคุณดูดีตรงที่ว่า "งานล้นมือคือคุณเจ๋งจริงๆ "

7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาด
ในกรณีที่คุณวุ่นวายกับชีวิตที่เกินทน งานซ้ายมางานขวามา ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ และแน่นอนลูกค้าของคุณไม่ชอบใจแน่ๆ ดังนั้นวางแผนการทำงานก่อนเริ่มงานทุกครั้งเป็นเรื่องที่ดีทั้งต่อตัวคุณและลูกค้า

8. จุดไฟให้กับตัวเองอยู่เสมอ
ไม่ได้หมายความว่าให้เผาอะไรแต่เปรียบเปรยถึงการสร้างไอเดียใหม่ๆ อย่าหยุดอยู่กับที่เพราะการหยุดอยู่กับที่เป็นสิ่งที่สร้างความเบื่อหน่ายและสุดท้ายคุณจะไม่อยากทำอะไรเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก เพราะเมื่อไม่อยากทำอะไรความขี้เกียจจะเข้ามาแทนที่จนคุณแทบไม่อยากทำอะไร งานและโอกาสก็จะหายไปนั้นเอง

9. มองหาพื้นที่ทำงานดีๆ
แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมการทำงานทำให้เกิดไอเดีย นอกจากที่บ้านของคุณแล้วการออกไปนั่งในห้องสมุดหรือสถานที่อื่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ งานที่กำลังทำหรือมีอยู่ในมืออาจลื่นไหลกว่าที่คุณคิด

10. ขยัน
สุดท้ายแล้วร่ายมาซะยาว ขยันไม่อดตาย ต้องท่องไว้ขึ้นใจตราบใดที่คุณขยันนั้นหมายความว่าโอกาสที่คุณจะพบเจอผู้คนก็จะมากขึ้นด้วยและงานก็จะตามมา แต่อย่าลืมข้อที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ด้วยหล่ะ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวของคุณเองว่าทำได้หรือไม่ได้หรือไม่ได้ทำ สุดท้ายก็คือ

"กล้าหรือไม่!"