fbpx
napoleons casino sheffield dress code wild life slot machine app geant casino poitiers ketchup casino silverton casino fish tank

แนวทางเพิ่มยอดขายที่หลายคนมองข้าม

Legoplanning

ในการทำธุรกิจนั้นสิ่งที่นักธุรกิจทุกคนต้องเผชิญคือ การหายอดขาย ครับ ปัญหาเรื่อง ยอดขาย นั้นจัดว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก ๆ เลยครับ เพราะตามสถิติแล้ว กว่า 40% ที่ทำให้บริษัทใหม่มีปัญหาคือ ยอดขาตตก และยอดขายโตช้า กว่าที่ควรจะเป็นครับ

สำหรับผมที่ฝันว่าจะเปิดบริษัทขายสินค้าอะไรสักอย่างให้ได้นั้น ผมจึงจำเป็นต้องศึกษาถึงรูปแบบและเทคนิคต่าง ๆ ในการหาลูกค้าให้ได้มาก ๆ ซึ่งแนวคิดที่จะพูดถึงนี่ เป็นแนวคิดง่าย ๆ ทำง่าย ๆ และคาดว่าหลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามไปครับ (ที่คิดว่ามองข้ามได้ เพราะแนวคิดนี้มาจากงานวิจัยน่ะครับ)

1.การลืมดูแลลูกค้าเก่า 

ธุรกิจใหม่มักจะพยายามหาลูกค้าใหม่อยู่เสมอ และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้น ๆ แต่การให้ความสำคัญกับลูกค้าใหม่ อาจกลับกลายมาเป็นหลุมพรางที่คาดไม่ถึงได้ครับ นั่นก็คือ เราจะลืมเอาใจใส่ลูกค้าเก่า นั้นเอง ลองคิดดูในฐานะลูกค้านะครับ ว่าเคยไหม เวลาเราจะซื้ออะไร คนขายเอาใจใส่เรามาก ๆ จนเรายอมใจอ่อนซื้อ แต่พอซื้อเสร็จ คนขายคนนั้นก็ไม่มาสนใจเราอีกเลย เป็นคุณ ๆ จะรู้สึกอย่างไรครับ….. และสุดท้ายลูกค้าเก่า ก็จะเปลี่ยนเป็นศัตรูกับธุรกิจ และให้ข่าวไม่ดีออกสู่สาธารณชน นี่แหละครับหลุมพราง

มีงานวิจัยและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันแล้วนะครับว่า การขายสินค้าให้ลูกค้าเก่าจะง่ายกว่าขายให้ลูกค้าใหม่ถึง 50% หรือก็คือ สมมติเราสามารถขายสินค้ากับลูกค้าใหม่ได้ 100 ชิ้น ถ้าเรานำสินค้าเหล่านั้นมาเสนอลูกค้าเก่า (เอาใจแบบเดิม) เราอาจจะขายได้ถึง 150 ชิ้น ครับ

ดังนั้น ตอนนี้ใครคิดว่าธุรกิจตัวเองไม่มีปัญหา มีลูกค้าใหม่มาตลอด ผมอยากจะขอเตือนให้กลับไปดูลูกค้าเก่าด้วยนะครับ อย่าทิ้งเด็ดขาดครับ

2.ปัญหาการตอบรับ “ว่าที่ลูกค้า”

ก่อนอื่นของอธิบายคำว่า “ว่าที่ลูกค้า” ในภาษาอังกฤษคือ “Leads” ก่อนครับ (คำแปลนี้แปลเองตามความเข้าใจนะครับ ไม่ตามพจนานุกรม)

“ว่าที่ลูกค้า” ก็คือ คนที่ติดต่อมาหาเรา ไม่ว่าจากช่องทางไหนก็ตาม เช่น ทางเมล์ ทางโทรศัพท์ ทางเพื่อน ฯลฯ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของเราครับ ซึ่งเขายังไม่ใช่ลูกค้านะครับ คนที่เป็นลูกค้าคือคนที่เขาจะต้องจ่ายค่าสินค้าหรือบริการของเราแล้วครับ

ปัญหามันอยู่ตรงนี้ มีสถิติจากเว็บ InsideSales.com ว่า “ว่าที่ลูกค้า” นั้น ถ้าเขาสนใจสินค้าของเรา เขาจะติดต่อเราทางอีเมล์มากที่สุด รองลงมาคือข้อความเสียง และการโทรศัพท์เป็นช่องทางที่ “ว่าที่ลูกค้า” ใช้น้อยที่สุดครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กลับมีบริษัทที่ติดต่อ “ว่าที่ลูกค้า” กลับ เพียงแค่ 60% เท่านั้นเองครับ (สรุปคือ ถ้าเราสนใจสินค้าและติดต่อบริษัท 10 แห่ง เราจะได้รับการติดต่อกลับแค่ 6 แห่งครับ) นี่เป็นสิ่งที่บริษัทเหล่านี้พลาด “การไม่เห็นความสำคัญ หรือ ไม่สนใจโอกาส” ครับ ซึ่งสาเหตุอาจจะมีหลายสาเหตุ เช่น ไม่มีเวลา โอกาสได้น้อยเลยไม่อยากทำ เป็นต้น (คิดเองนะครับ สาเหตุตรงนี้)

แต่เรามาลองคิดดูเล่น ๆ นะครับ การที่เราจะสนใจสินค้าจนถึงขั้นติดต่อคนขายนี่ เราสนใจขนาดไหนครับ? คาดว่าทุกคนคงคล้าย ๆ กัน คือ “สนใจมากพอดู” ใช่ไหมครับ เพราะถ้าเราไม่สนใจเราจะเสียเวลาไปติดต่อทำไมจริงไหม และถ้าเราอีเมล์ไปหาและมีการตอบกลับมา และการตอบกลับนั้น “โดนใจ” เราจะซื้อของเขาไหม? ซึ่งแน่นอนโอกาสซื้อสูงมากครับ

เท่านี้ล่ะครับ แนวคิดการหายอดขาย ที่น่าจะทำง่าย ๆ ส่วนวิธีการหา “ว่าที่ลูกค้า” ใหม่ ๆ ยังไงนั้น ไว้จะเขียนเป็นบทความเฉพาะครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และถ้าจะวิเคราะห์กันจริง ๆ จะมีการคิดที่ซับซ้อน หลายขั้นครับ

แชร์ให้เพื่อน

Share on facebook
Share on Facebook
Share on twitter
Share on Twitter
Share on linkedin
Share on Linkdin
Share on pinterest
Share on Pinterest

บทความที่คล้ายกัน

ความคิดเห็น