fbpx

เทคนิคในการเขียนไดอารี่ให้สนุกและมีประสิทธิภาพ

April 19, 2019

บทความนี้ เป็นบทความที่เขียนต่อจากบทความประโยชน์ของการเขียนไดอารี่  ครับ โดยบทความนี้ผมจะแนะเทคนิคที่ผมใช้ (และเคยใช้) เพื่อให้การเขียนไดอารี่ของผมสนุกมากขึ้นครับ

ส่วนตัวนั้น ผมเริ่มเขียนไดอารี่ตั้งแต่ปี 2554 ครับ โดยเริ่มจากสมุดกับปากกาเท่านั้นครับ ปัจจุบันผมเขียนไดอารี่โดยใช้ไอแพคกับปากกาครับ โดยผมจะขอเล่าเทคนิคการเขียนเป็นช่วง ๆ ตามพัฒนาการของการเขียนไดอารี่ของผมนะครับ ขอเรียกเป็นยุคเลยละกันครับ ขลังดี 5555

ยุคสมุดและปากกา

ในยุคนี้ ผมมีเทคนิคในการเขียนที่คิดขึ้นเอง เพื่อให้การเขียนสนุกและเกิดประสิทธิภาพมากขึ้นอยู่ 5 เทคนิคครับ  แต่เนื่องจากความขี้เกียจส่วนตัวทำให้ปัจจุบัน บางเทคนิคไม่ได้ใช้แล้วครับ แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนชอบเขียนเยอะ ๆ ล่ะก็ เทคนิคเหล่านี้ก็จะทำให้สนุกในการเขียนได้ครับ

  1. เขียนแยกเป็นเช้า กลางวัน และเย็น เทคนิคนี้ ผมคิดได้ตั้งแต่ตอนเริ่มเขียนไดอารี่ใหม่ ๆ ครับ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรดี ก็เลยเขียนแยกเป็นเช้า กลางวัน และเย็นไปเลย ผมเขียนด้วยวิธีนี้ร่วมปีครับ ซึ่งเทคนิคนี้นั้น ช่วยทำให้การเขียนไดอารี่ในแต่ละวันนั้น ละเอียด และมีเรื่องราวค่อนข้างครบครับ เทคนิคนี้ในปัจจุบันผมมีการใช้อยู่ครับ แต่ตัดช่วงกลางวันออกไป ทำให้มีเพียง 2 ช่วงคือ เช้า บ่ายจนถึงมืดครับ
  2. เขียนเมนูอาหารที่รับประทาน การเขียนเมนูที่ผมกินในแต่ละวันนั้น ทำให้ผมได้ทราบข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่งครับ นั่นก็คือ... ผมกินอะไรมากที่สุด นั่นเองครับ ซึ่งที่น่าสนใจคือ เมนูที่ผมกินบ่อยที่สุด มันไม่ใช่ของโปรดของผมนี่สิ แต่มันดันเป็นเมนูที่กินง่าย ไม่รอนานแทนครับ เทคนิคนี้ฝรั่งบางคนมีการบันทึกเป็นจำนวนแคลอรี่ด้วยครับ ซึ่งถ้าใครลดน้ำหนักอยู่ และชอบเขียนล่ะก็ เทคนิคนี้น่าสนใจมากครับ
  3. เขียนเป้าหมายในชีวิต  โดยผมจะเขียนเป้าหมายในชีวิต 3 ข้อทุกวันครับ เทคนิคนี้นั้นช่วยให้ผมรู้อยู่เสมอว่าผมต้องการอะไรกันแน่ และช่วยให้ผมทำงานได้ตามเป้าหมายในชีวิตครับ แต่เทคนิคนี้เป็นดาบสองคมครับ เพราะถ้าเราตั้งเป้าหมายไม่ดี (ทำได้ยาก) มันจะทำให้เราเครียดครับ.... เครียดมาก ๆ เลย แต่สำหรับบางคนเทคนิคนี้ อาจเป็นเทคนิคช่วยเปลี่ยนชีวิตได้เลยนะครับ ลองดูครับ
  4. เขียนด้วยภาษาที่เราสนใจอยู่ เทคนิคนี้เป็นสุดยอดแต่ความยาก และความมันส์ในการเขียนไดอารี่ครับ ผมฝึกเขียนไดอารี่เป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่ปีที่สองของการเขียนไดอารี่ครับ เทคนิคนี้ช่วยให้ผมคิดประโยคและใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติเลยทีเดียวครับ ปัจจุบันผมมีการเขียนไดอารี่เป็นไทยบ้าง อังกฤษบ้าง แล้วแต่อารมณ์ครับ แต่ปกติผมจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะรู้สึกว่ามันเขียนง่ายกว่าภาษาไทยครับ..... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
  5. หาปากกาแบรนด์เนมมาใช้ ผมใช้วิธีนี้ทุกครั้ง เมื่อรู้สึกว่า ผมเขียนไดอารี่สั้นลงเรื่อย ๆ ครับ การได้ปากกาใหม่นั้น จะทำให้ผมเขียนไดอารี่แบบเต็มหน้าได้หลายวันเลยทีเดียว ส่วนตัวผมจะใช้ปากกาหมึกซึมยี่ห้อ Lamy มาใช้ครับ ปากกาหมึกซึมกับตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีมาก ๆ

Lamy-Safari-Red-NW-4_1024x1024.jpg

ยุคแอป Smart Phone

ยุคนี้ เร่ิมขึ้นเมื่อผมได้ iPhone เครื่องแรกในชีวิตครับ ในยุคนี้จะไม่มีเทคนิคการเขียนอะไรมาก แต่จะเป็นการเล่า ความสามารถที่น่าทึ่งของแอปสำหรับเขียนไดอารี่ ที่ผมเคยใช้แทนครับ

  1. Day One แอปนี้จัดเป็นหนึ่งในสุดยอดแอปสำหรับเขียนไดอารี่ของ iPhone ครับ คุณสมบัติคือสามารถเขียนไดอารี่ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยสามารถเพิ่มรูปเข้าไปในข้อความได้ และทุกครั้งที่เขียนตัวแอปจะบันทึกตำแหน่ง เพลงที่เราเล่นอยู่ การเดินของเรา และสภาพอากาศครับ ความสุดยอดมันอยู่ตรงนี้แหละครับ พอเขียนไดอารี่ไปได้สัก 3 เดือน พอมาดูหน้าที่เป็นแผนที่ภายในแอป จะเห็นว่าชีวิตของเราไปอยู่ตรงไหนบ้างทั่วโลกครับ แถมยังโชว์รูปในแผนที่อีกด้วย ซึ่งหลายครั้งที่ผมกลับไปดูมักจะแปลกใจตัวเองว่า เราเคยไปที่นี่ด้วยเหรอนี่นอกจากนี้ ตัวแอปยังมีอีกฟังก์ชั่นนึงที่น่าสนใจมากคือ ตัวแอปจะรายงานว่าวันนี้เมื่อปีก่อน ๆ เราได้เขียนอะไรไว้บ้าง เป็นฟังก์ชั่นที่สุดยอดมาก ๆๆๆๆๆ ครับ บางครั้งพอผมเขียนไดอารี่ ก็นั่งอ่านวันเก่า ๆ ที่เราเคยเขียนไว้ จนหลายครั้งก็แปลกใจตัวเองว่า เราเคยคิดยังงี้เหรอเนี่ย!!!แต่ต่อมาแอปนี้ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการซื้อจากการซื้อขาดเป็นการจ่ายรายเดือนแทน ทำให้ผมตัดสินใจหาแอปอื่นมาทดแทนครับ จนได้แอปใหม่ที่ทำทุกอย่างได้เหมือนกัน
    day-one.jpeg
  2. Journey แอปนี้เป็นแอปเขียนไดอารี่ที่สามารถเทียบชั้นกับ Day One ได้เลยครับ ราคาไม่แพง และข้อมูลทุกอย่างก็อยู่กับเราด้วย สิ่งที่เหนือกว่า Day One ของแอปนี้คือ ตัวแอปมีให้โหลดทั้ง iOS, Android, Windows และ MAC ด้วย ในราคาที่ไม่แพงมากครับ ส่วนตัวผมซื้อทั้งเวอร์ชั่นของ iOS และ MAC ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้แอปนี้ยังมีข้อเสียนิดหน่อยแต่รับได้คือ มันทำงานช้ากว่า Day One และมันไม่มี Widget ให้เขียนไดอารี่โดยไม่ปลดล็อกหน้าจอ ครับ นอกนั้นเหมือนกันหมด...Screen-Shot-2014-07-28-at-3.06.00-PM.png

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเขียนไดอารี่ใหม่ ๆ แนะนำให้ลองเขียนด้วยแอปครับ จะสามารถดูแผนที่ และวันนี้ในอดีตได้ ทำให้เรารู้สึกคุ้มค่าที่เขียนมานานครับ แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่การเขียนด้วยแอปไม่สามารถทำได้และทำให้ผมรู้สึกกว่าการเขียนไดอารี่มันไม่ค่อยสนุกคือ มันเป็นการพิมพ์ ครับ ดังนั้นพอมีไอแพคราคาถูกที่สามารถใช้ปากกาได้ออกมา..... ก็เข้าสู่ยุคใหม่ทันทีครับ 5555

ยุค Digital Diary (ยุคปัจจุบัน)

การเขียนไดอารี่ในยุคนี้ เป็นสิ่งที่ผมทำอยู่ในปัจจุบันครับ โดยอุปกรณ์ที่ใช้คือ ไอแพครุ่นปี 2018 ที่ใช้กับ Apple pencil ได้ครับ โดยถ้าใครต้องการจะใช้แบบผมก็เตรียมเงินไว้ประมาณ 17,000 บาทนะครับ... ผมจะขอเริ่มจากแอปที่ใช้ และแนวทางการเขียนที่ฝรั่งใช้ จนจบที่รูปแบบการเขียนในปัจจุบันที่ผมใช้อยู่ครับ

แอปสำหรับเขียนไดอารี่

  1. Goodnote แอปนี้เป็นแอปสำหรับเขียนโดยเฉพาะ ซึ่งจุดเด่นของแอปนี้คือ เราสามารถเตรียมแบบฟอร์ม (Template) สำหรับการเขียนไว้ล่วงหน้าได้ครับ ทำให้ผมไปศึกษาแนวทางการเขียนไดอารี่เพิ่มเติม ซึ่งจากกล่าวในหัวข้อถัดไปครับ และอีกฟังก์ชั่นที่น่าตกใจมาก ๆ (ทำไมต้องตกใจด้วย?) คือ มันอ่านลายมือภาษาไทยได้!!!!! ใช่ครับอ่านไม่ผิด มันสามารถอ่านลายมือภาษาไทยหวัด ๆ ของผมได้ อ่านได้ถูกประมาณ 90% เลยทีเดียวครับ จึงทำให้แอปนี้เหมาะกับการจดไอเดียและการประชุมได้อีกด้วย และเอามาแปลงเป็นตัวพิมพ์ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่.... สุดยอดมาก....goodnotes5.jpeg
  2. Note Plus แอปนี้เป็นอีกแอปที่สุดยอดเช่นกัน ทำได้เหมือน Goodnote ทุกอย่าง และยังมีความสามารถอีกอย่างคือ มันอัดเสียงพร้อมกับเขียนไปด้วยได้ครับ เหมาะกับการจดประชุมอย่างที่สุดiPadProWithNotesPlusScreenshotAndPencil900.png

สำหรับผมนั้น ผมใช้ทั้ง 2 แอปครับ โดยใช้ Goodnote สำหรับเขียนไดอารี่ และใช้ Note Plus สำหรับจดประชุมพร้อมอัดเสียงไปด้วยครับ

ดีไชน์ Diary template

ทีนี้ก็มาถึงแนวทางในการเขียนไดอารี่ครับ ในส่วนนี้ผมจะกล่าวถึงแนวคิดในการเขียนไดอารี่ ซึ่งผมเอามาใช้สร้างแบบฟอร์มสำหรับเขียนไดอารี่ส่วนตัวของผมครับ

  1. The five minutes journal เป็นแนวทางการเขียนไดอารี่ที่ฝรั่งนิยมใช้กันมากครับ เพราะใช้เวลาเขียนแค่ 5 นาทีต่อวันเท่านั้น แถมยังทำให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาจิตใจและอารมณ์ของคนเขียนในระยะยาวอีกด้วยครับ โดยลักษณะการเขียนจะเป็นการตอบคำถาม 5 คำถามครับ โดยแบ่งเป็นช่วงเช้า 3 คำถาม และตอนกลางคืน 2 คำถาม ซึ่งคำถามจะเป็นสไตล์ให้เขียนในสิ่งที่สะท้อนถึงจิตใจของเรา ณ ตอนนั้น และให้เราเขียนในสิ่งดี ๆ ที่เกิดในวันนั้นครับ ทำให้ในระยะยาวคนเขียนจะค่อย ๆ มองโลกในแง่ดีมากขึ้นครับ
  2. Bullet journal เป็นแนวทางการเขียนอีกแบบที่ฝรั่งนิยมมากครับ มากกว่า The five minutes journal ด้วย (ผมเดาเอานะ) เพราะการเขียน Bullet journal นี้ ไม่มีกฎอะไรตายตัวครับ เราเพียงแค่คิดว่าในแต่ละวันเราจะเขียนเรื่องไหน ก็ให้เราสร้างฟอร์มสำหรับบันทึกเรื่องนั้นไว้ครับ เช่น ฟอร์มสำหรับบันทึกการสร้างนิสัยของเรา, แบบฟอร์มการบันทึกการดื่มน้ำ, แบบฟอร์มบันทึกการกิน เป็นต้นครับ ทีนี้จุดเด่นของการเขียนด้วยวิธีนี้คือ ความสวยงามของการวาง layout แบบฟอร์มครับ ลองหาดูในเน็ต จะเห็น layout สวย ๆ หลาย ๆ แบบมากมายครับ
  3. One sentence a day journal เป็นการเขียนไดอารี่ โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ เขียนแค่ 1 ประโยคต่อวันครับ.... อ่านไม่ผิดครับ เขาให้เขียนแค่ประโยคเดียวเท่านั้นต่อวัน เพราะฉะนั้นจะเขียนอะไร ต้องใช้ความคิดพอดู เพราะเราจะเลือกเขียนสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในวันนั้นครับ ทีนี้สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องเขียนประโยคเดียวครับ (สำหรับผมนะ) สิ่งที่น่าสนใจคือ แบบฟอร์มครับ ฟอร์มของการเขียนไดอารี่แบบนี้ ใน 1 หน้ากระดาษ จะมีบรรทัดว่าง 5 บรรทัด สำหรับเขียน บรรทัดละ 1 ปีครับ... อารมณ์เดียวกับที่แอป Day One ทำนั่นแหละครับ ดังนั้นทุกวันที่เขียนไดอารี่ เราจะเห็นว่าเราคิดเป็นอย่างไรในอดีตครับ
  4. Unique template  สุดท้ายแล้ว ผมก็มานั่งออกแบบ template เองครับ โดยหลังจากที่ลองเขียนหลาย ๆ แบบแล้ว ก็ไม่เจออะไรที่ถูกใจสักที เลยมาจบที่ "ออกแบบเองเลยล่ะกัน" โดย template ของผมจะเป็นการผสมระหว่าง Bullet journal เข้ากับไดอารี่แบบดั้งเดิมครับ โดยปัจจุบันผมทำมา 3 เวอร์ชั่นล่ะ ปัจจุบันใช้เวอร์ชั่นที่ 3 ครับ สวยดีและเหมาะกับสไตล์การเขียนของผมด้วย ทีนี้แต่ละเวอร์ชั่นหน้าตาเป็นยังไง ก็ดูตามรูปข้างล่างเลยครับ

Diary.png

Diary V2 Timeline.png

Diary V3.png

บทความนี้ เขียนไปเขียนมา จัดว่าเป็นบทความที่ยาวที่สุดบทความนึงไปเลย ตอนแรกคิดว่าจะเขียนสั้น ๆ แบบบทความที่แล้วเท่านั้นเอง หวังว่าบทความที่นำเสนอนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ นะครับ ขอชวนทุกคนให้มาเขียนไดอารี่กันครับ ยืนยันว่ามันคุ้มค่ากับการเสียเวลาแค่ 5 นาทีต่อวันครับ

ข้อมูลอ้างอิง

https://dayoneapp.com - แอป Day One

https://2appstudio.com/journey/ - แอป Journey

https://www.intelligentchange.com/products/the-five-minute-journal - เว็บขายไดอารี่ The five minute journal

https://bulletjournal.com - เว็บขายหนังสือการเขียน Bullet journal

https://www.amazon.com/One-Sentence-Day-Meaningfulness-Journal/dp/1849497419 - เว็บขายไดอารี่แบบ one sentence a day