fbpx

สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มเหลว โดยไม่รู้ตัว

December 7, 2015

เคยสงสัยไหมครับ ทำไมถึงมีคนทำธุรกิจประสบความสำเร็จน้อยมาก อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา ธุรกิจที่เริ่มดำเนินกิจการในปีแรก จะสามารถอยู่รอดได้เพียง 75% และธุรกิจที่สามารถดำเนินธุรกิจได้ถึง 10 ปี จะมีแค่ 29% เท่านั้น (ที่มา: http://www.statisticbrain.com/startup-failure-by-industry/) ในประเทศไทยผมไม่รู้สถิติที่แน่นอน แต่ก็คาดว่าไม่น่าจะต่างกันมากครับ และตัวเลขนี้น่าจะยังไม่หักธุรกิจอีกแบบนะครับ คือ พวกธุรกิจที่สร้างมาเพื่อลดภาษีของบริษัทแม่ ดังนั้นตัวเลขจริง ๆ น่าจะน้อยกว่านี้อีกพอดูครับ

สำหรับสาเหตุที่ผมสรุปนี้ ผมได้สรุปมาจากเว็บ ๆ นึง ที่ผมจำไม่ได้ (อีกแล้ว) มาตั้งแต่ปี 2555 ครับ ตอนนั้นอ่านผ่าน ๆ แล้ว เห็นว่าน่าสนใจจึงจดเก็บไว้ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอผมมาทำธุรกิจอย่างจริงจัง มีหุ้นส่วนมาร่วมทำธุรกิจ ถึงรู้ได้ว่า สาเหตุที่ธุรกิจล้มเหลว ตามที่ผมจดไว้นั้น น่าจะจริงซะแล้วครับ เพราะมีการเถียงกันในประเด็นที่จะกล่าวต่อไปนี้กันมากพอดูทีเดียวครับ ซึ่งแนวคิดของหุ้นส่วนผมเป็นไปตามประเด็นที่ผมเขียนถึงพอดี และบางครั้งแม้แต่ตัวผมเองก็เป็นครับ สำหรับสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มเหลวที่ผมได้สรุปไว้ มีทั้งหมด 6 ข้อครับ

 

Shame 927085 1920

1. เน้นแต่กำไรระยะสั้นแต่ไม่คิดจะสร้างคุณค่าระยะยาวแก่ธุรกิจ ประเด็นนี้ผมกับเพื่อนมักจะเถียงกันเป็นประจำ เป็นประเด็นที่เถียงกันไม่มีวันจบสิ้นครับ เพราะคนเราแต่ละคน มีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจไม่เหมือนกัน บางคนคิดว่าในการขายแต่ละครั้งต้องฟันกำไรให้เยอะที่สุด บางคนคิดว่าต้องคำนึงถึงธุรกิจในระยะยาว โดยการสร้างคุณค่าแก่ธุรกิจ จะทำให้ได้กำไรมากกว่า แต่ที่แน่ ๆ คือ แนวคิดทั้งของผม และเพื่อนผม ต่างก็ถูกครับ เพียงแต่ต้องเลือกใช้ให้ถูกสถาณการณืและถูกคน (ลูกค้า) ครับ

แต่ถ้ามองในมุมมองของการทำอย่างไรให้ธุรกิจไม่ล้มเหลวแล้วล่ะก็ (หรือทำให้ธุรกิจมีอายุยืนยาว) เราควรเน้นการสร้างคุณค่าแก่ธุรกิจครับ คำว่า “คุณค่า” ในที่นี้นั้น ก็คือการสร้างความแตกต่างที่มีประโยชน์ต่อลูกค้าครับ เช่น บริการหลังการขายที่ดีเลิศ สินค้าที่มีคุณภาพ ความยืดหยุ่นในการผลิต ความรับผิดชอบในกรณีสินค้ามีปัญหา เป็นต้น ครับ จุดสำคัญคือ ความแตกต่างที่ไม่มีประโยชน์ต่อลูกค้า ไม่จัดว่าเป็นคุณค่า นะครับ เช่น ความหล่อของผู้บริหาร การมีสาวสวยมาเชียร์เพื่อให้ลูกค้าใจอ่อน เป็นต้น ส่วนแนวคิดหวังกำไรระยะสั้นอย่างเดียวจะทำให้ธุรกิจตายเร็ว เพราะจะมีคู่แข่งใหม่ ๆ ที่มีจุดแข็งที่ดีกว่า มาแย่งลูกค้าไปจนหมดครับ

2. เป็นธุรกิจที่สร้างจากโอกาสหรือธุรกิจที่สร้างจากความคิดส่วนตัว ธุรกิจทั้ง 2 แบบนี้นั้นมักจะล้มหายตายจากไปอย่างเร็วรวด เพราะอะไรรู้มั๊ยครับ? ก็เพราะมันเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ของลูกค้าในวงแคบ และเป็นธุรกิจที่ไม่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของลูกค้า เช่น ธุรกิจเอาอากาศอัดกระป๋องขาย (เคยมีนะครับ อัดอากาศจากต่างประเทศมาขาย) ธุรกิจเคสโทรศัพท์ (อย่ามองในภาพรวมครับ อยากให้มองเคสเป็นรุ่น ๆ ไป เช่น เคสไอโฟน 4 เป็นต้นครับ)

แล้วธุรกิจแบบไหนล่ะที่จะสามารถอยู่ได้ยาวกว่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่า? คำตอบก็คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของลูกค้า และลูกค้าไม่สามารถขาดสินค้าหรือบริการนี้ได้ครับ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ (เฉพาะตัวเครื่องนะครับ) ธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ ธุรกิจเกี่ยวกับความงาม เป็นต้นครับ

ส่วนตัวนั้น ผมมักจะตกหลุมในข้อนี้ครับ เพราะผมชอบนำเอาปัญหาส่วนตัวมาคิดสร้างเป็นธุรกิจ แต่มักจะไม่มองว่า พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่เป็นอย่างไร ทำให้สุดท้ายสินค้าหรือบริการที่ผมขาย จะขายได้น้อย เพราะตอบโจทย์เฉพาะคนแบบผมเท่านั้น ทำให้หารายได้ ได้ไม่มากพอเลี้ยงธุรกิจครับ และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา บางครั้งสิ่งที่เราเสนอ สิ่งที่คิดว่า “ดีที่สุด” ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของลูกค้าได้ แต่ราคาสูงเกินไป อาจจะไม่ใช่คำตอบเสมอไป การเสนอสิ่งที่ตอบปัญหาลูกค้าได้ ในราคาที่เหมาะสม โดยไม่ต้องคิดถึงคำว่า “ดีที่สุด” นั้นจะดีกว่าครับ

3. ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจให้ดี เนื่องจากผมเคยทำงานใน UBI หรือศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ทำให้ผมได้พบผู้ประกอบการจากธุรกิจหลายหลากประเภท และพบว่าเกือบทุกคนไม่มีการวางแผนทางธุรกิจเลยครับ ลูกค้าของพวกเขานั้นมันจะเป็นคนรู้จักแนะนำกันต่อ ๆ ไป จนทำให้เกิดธุรกิจ แต่เพราะไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ผู้ประกอบการเหล่านั้นมักจะไม่ค่อยมีการพัฒนาตัวเองครับ ดังนั้นพอถึงวันหนึ่งวันที่ลูกค้าของพวกเขาไม่บอกต่อให้อีก ธุรกิจของเขาก็จะหยุดโตครับ พอมาปรึกษาผม ผมก็มีคำแนะนำในการขยายตลาด และจ้างคนเพิ่ม พวกเขาเหล่านั้นมักจะไม่ยอมทำตาม เพราะเงินที่เป็นรายได้เอาไปใช้หมด ไม่มีเก็บสำหรับการขยายธุรกิจครับ สุดท้ายแล้วคนเหล่านี้จะถูกผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีการวางแผนดี ๆ แย่งลูกค้าไปหมดครับ

4. feedback ที่ไม่ดีกับการโกหก ในการทำธุรกิจนั้น สิ่งที่ต้องระวังให้มากที่สุด คือ ความไม่พอใจของลูกค้า ครับ ผู้ประกอบการหลายรายมักจะไม่รับผิด หรือไม่สนใจเมื่อสินค้ามีปัญหา ซึ่งแน่นอนลูกค้าจะไม่พอใจ สิ่งสำคัญคือ ถ้าเขาไม่พอใจแล้วจบ มันก็ไม่เกิดปัญหา แต่เขาจะเอาไปพูดต่อครับ และในระยะยาวก็จะไม่มีใครกล้ามาซื้อสินค้าอีก

อีกเรื่องที่สำคัญคือ “การโกหก” ครับ การทำธุรกิจไม่ควรโกหกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับสินค้าครับ เพราะถ้าเขาซื้อสินค้าไปแล้ว ไม่เป็นไปตามที่คุยกัน แน่นอนว่าเขาต้องด่าแน่นอนครับ ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกับการทำให้ลูกค้าไม่พอใจครับ

5. เจ้าของธุรกิจทำงานกับลูกน้องไม่ได้ การประสานงานภายในเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่ง ในการทำธุรกิจครับ เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องหาลูกน้องที่คุยกันรู้เรื่องครับ ถ้าเลือกลูกน้องมาโดยไม่ดูให้ดี สุดท้ายจะมีปัญหาต่อการทำงาน และจะทะเลาะกันในที่สุด สิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักจะลืมคือ ถ้าคุณทะเลาะกับลูกน้องของคุณเอง ลูกน้องคุณอาจจะ “วางยา” คุณเมื่อไหร่ก็ได้นะครับ ดังนั้นความสัมพันธ์กับลูกน้องจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ครับ

6. ไม่มีการวางแผนสำรองในกรณีที่ผิดพลาด  เจ้าของธุรกิจหลายราย (รวมทั้งผมด้วย) มักจะมีการวางแผนการทำธุรกิจในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะมองโลกในแง่ดีเกินไป หรือไม่ก็มั่นใจในตัวเองเกินไป คิดว่าเราวางแผนมาอย่างไรแล้ว มันจะต้องสำเร็จจามแผนแน่นอน แต่แล้วถ้าสุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนขึ้นมา ก็จะเกิดปัญหาในการดำเนินงานทันที จากธุรกิจที่มีแผนการกลายเป็นธุรกิจที่แก้ปัญหาเฉพาะแทน (ซึ่งผมก็เคยเป็นครับ) ดังนั้นแผนสำรองจึงเป็นสิ่งจำเป็น และจากประสบการณ์ ควรมีแผนสำรองสัก 3 แผน ตามสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ครับ และจากประสบการณ์บางครั้ง 3 แผนยังไม่พอเลยครับ 55555 ดังนั้นจงอย่าไว้ใจในแผนการต่าง ๆ มากเกินไปครับ

เอาไว้ตอนต่อไป จะเปลี่ยนบทความไปเรื่องอื่นมั่งล่ะกันนะครับ รู้สึกว่าเขียนแต่เรื่องเครียด ๆ มาหลายบทความแล้ว