fbpx

สารทำให้ผิวขาว ที่สาว ๆ ควรรู้จัก

January 3, 2016

สวัสดีครับปีใหม่ ท่านผู้อ่านทุกท่าน บทความนี้จะเปลี่ยนมาบรรยายเรื่องเกี่ยวกับสาว ๆ บ้างนะครับ 🙂 หลังจากมีแต่บทความเครียด ๆ ในหมวดของการบริหาร การตลาด และการเงิน มาหลายบทความ

จากการที่ผมนั้น อยู่ในวงการธุรกิจเครื่องสำอางมาพักนึง ทำให้รู้ว่า สาว ๆ หลายคน อยากขาวมาก ๆๆๆ มากซะจนไม่สนใจสุขภาพของตัวเองเลย ซึ่งผมขอบอกตามตรงนะครับว่า ผมเป็นห่วงสาว ๆ เหล่านั้นมาก ความขาวและความสวยที่ได้มา มันไม่คุ้มค่ากับผลเสียหายที่ตามมาเลยครับ และนี่คือสาเหตุที่ทำให้ผมอยากเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เพื่อให้สาว ๆ ที่ได้เข้ามาอ่านบทความของผม มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องสำอางเสียทีครับ

Hygiene 870763 1920

ประเดิมบทความแรกนี้ ผมจะบรรยายถึงสารที่ทำให้ผิวขาว ที่สาว ๆ ทุกคนแลวงหากันครับ สารที่ช่วยให้ผิวขาวนั้น เราจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ

1.กลุ่มที่มีส่วนผสมของสารที่มีสีขาว และมีคุณสมบัติทึบแสง กลุ่มนี้ได้แก่ Titanuim dioxide, Zinc oxide เป็นต้นครับ จะพบได้ในเครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติในการกันแดด (ครีมกันแดดทั้งหลายนั่นแหละครับ) และวิธีสังเกตง่าย ๆ คือ ถ้าเราทาแส้วผิวขาวหรือนวลขึ้นทันที แสดงมีสารประเภทนี้อยู่ครับ สารประเภทนี้นั้นมีข้อดีคือ ทาปุ๊ปขาวปั๊บ ไม่ค่อยมีอันตรายต่อร่างกาย เพราะมันจะแค่เคลือบผิวเท่านั้น ทำให้สามารถล้างออกได้ง่าย และยังสามารถกันแดดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ตราบใดที่สารยังเกาะผิวอยู่ ส่วนข้อเสียคือ ถ้าทาหนาไปผิวจะดูขาววอกครับ และเนื่องจากมันสามารถล้างออกได้ง่าย เมื่อเหงื่อออกมาก ๆ หรืออาบน้ำ สารจะหลุดออก ทำให้ผิวกับมาสู่สภาพเดิมครับ ซึ่งสารกลุ่มนี้นั้น จัดเป็นกลุ่มที่ใช้แล้วปลอดภัยมากกที่สุดครับ เพราะมันไม่ไปเปลี่ยนแปลงระบบเคมีในร่างกายครับ

2.กลุ่ม Arbutin เป็นสารสกัดจากพืช มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ไม่มีการทำลายเชลล์สร้างสีผิว และไม่ทำให้เกิดฝ้าถาวร แต่ข้อเสียของสารในกลุ่มนี้คือ  ราคาแพง และใช้เวลานานกว่าจะทำให้สีผิวดูขาวขึ้น (อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไปถึงเห็นผลน่ะ)

3.กลุ่ม AHA เป็นสารที่มีคุณสมบัติเป็นกรดผลไม้ ซึ่งมีด้วยกันหลายชนิด เช่น Glyolic acid, Lactic acid, Tartaric acid เป็นต้น สารในกลุ่มนี้จะทำให้เชลล์ผิวขั้นนอกหลุดออกมา ทำให้เราได้ผิวชั้นถัดไป ซึ่งขาวกว่ามาแทน (พูดง่าย ๆ ก็คือ เอากรดอ่อน ๆ มาลอกผิวน่ะ) การจะใช้ให้ได้ผลจะต้องใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สัปดาห์ครับ และผิวจะขาวขึ้นจนถึงจุดหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ขาวแบบเป็นคนละคน ข้อดีของสารประเภทนี้คือ เห็นผลไว คือ เดือนเดียวเห็นผลแล้ว หาซื้อได้ง่าย เพราะหลาย ๆ ยี่ห้อใช้ แต่ข้อเสียนี่สิครับ ข้อแรกเลย การที่ผิวชั้นนอกหลุดออกมา มันจะทำให้แสง UV เข้ามาทำร้ายผิวได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ผิวใหม่นั้น ดำเร็วขึ้น และยังระคายเคืองได้ง่ายขึ้นด้วย ข้อสอง อาจทำให้เกิดอาการแพ้ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะเกราะป้องกันของเราหายไป (ชั้นผิวหลุดลอกไปนั่นเองครับ) และวิธีแก้ที่ดีที่สุด สำหรับสาว ๆ ที่ใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารนี้อยู่ ก็คือ ควรใช้ครีมหรือโลชั่น ที่มีสารในกลุ่มที่มีคุณสมบัติทึบแสง (หรือกลุ่มที่ 1 ในบทความนี้) มาทาทับครับ จะช่วยบรรเทาผลข้างเคียงได้

4.กลุ่มป้องกันแสงแดด โดยเฉพาะ กลุ่มนี้จะต่างกับกลุ่มแรกตรงที่ เป็นสารป้องกันแดด แต่จะไม่มีสีขาวเมื่อใช้ครับ สารในกลุ่มนี้จะพบมากในครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติกันน้ำทั้งหลายครับ ข้อดีของสารกลุ่มนี้คือ เมื่อใช้แล้วจะไม่ขาววอก เพราะมันไม่มีสีครับ ทาไปก็ซึมหายไปเลย แต่ข้อเสียของสารกลุ่มนี้คือ ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดนั้น ยังไม่ดีเท่าสารในกลุ่มแรกครับ และสารกลุ่มนี้มีระยะเวลาในการป้องกันแสงแดดจำกัด ซึ่งต่างจากกลุ่มแรกที่ถ้าไม่หลุดออกจากผิว ก็จะสามารถป้องกันแดดได้เรื่อย ๆ ครับ ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มักจะใช้สารทั้งสองกลุ่มควบคู่กัน เพื่อให้เกิดการป้องกันแสงแดดได้ดีที่สุดครับ

5.กลุ่มที่มีสรรพคุณทำให้ผิวขาว โดยเปลี่ยนปฏิกิริยาทางเคมีที่ผิว สารในกลุ่มนี้ได้แก่ Vitamin C, Kojic acid, Niacinamide เป็นต้น ครับ สารในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะทำปฏิกิริยากับเมลานินในผิว ทำให้ผิวขาวขึ้นครับ ข้อเสียของสารกลุ่มนี้ คือ เมื่อใช้แล้วควรใช้เรื่อย ๆ จะทำให้ผิวขาวแบบนั้นตลอด แต่ถ้าหยุดใช้ผิวจะกลับมาสภาพเดิมครับ และถ้าใช้นานไปผิวปรับตัวกับสารเหล่านี้ได้ ผิวก็จะกลับคืนสภาพเดิมเช่นกัน ดังนั้นจึงแนะนำให้เปลี่ยนการใช้สารเหล่านี้ทุก ๆ 6 เดือนครับ เช่น 6 เดือนแรกใช้ Vitamin C พอครบเวลาก็เปลี่ยนมาใช้ Kojic acid แทนอีก 6 เดือน จากนั้นก็เปลี่ยนมาใช้ Niacinamide และจึงค่อยกลับมา Vitamin C อีกครั้งครับ

ส่งท้ายอีกนิด จะสังเกตว่า สารทำให้ผิวขาวทั้ง 5 กลุ่มนั้น ไม่มีกลุ่มไหนที่เปลี่ยนสีผิวอย่างถาวรครับ เมื่อหยุดใช้สีผิวจะค่อย ๆ กลับมาสู่สภาพเดิม และขอเตือนเลยว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเปลี่ยนสีผิวอย่างถาวร หรือเปลี่ยนสีผิวได้เร็วเกินไป เป็นผลิตภัณฑ์ที่อันตรายทั้งนั้นครับ และวิธีการสังเกตว่าครีมที่เราซื้อมาใช้นั้นอันตรายไหม ลองสังเกตง่าย ๆ ครับ ถ้าใช้แล้วภายใน 2-3 วันเห็นผลทันที ควรรีบหยุดใช้ครับ เพราะนั้นเป็นของอันตรายแน่นอน (เพราะมีปรอทผสมอยู่) ผมเตือนแล้วนะครับ