fbpx

วิธีการเลือกหมอนให้นอนสบาย

May 7, 2015

บทความนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพบ้างนะครับ พอดีได้ฟัง Podcast เกี่ยวกับหมอน เลยไปหาบทความต้นฉบับซึ่งมาจากหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal เขียนโดย Ana C. Krieger ผู้อำนวยการฝ่าย Medical of the Centre for Sleep Medicine ของ สถาบัน NewYork-Presbyterian/Weill Cornell Medical Centre ครับ (ยาวหน่อยนะครับ กลัวแปลผิด) โดยเท่าที่ผมอ่านพอจะสรุปได้ตามนี้ครับ

ผู้ชายหมดแรง

 

หมอนนั้นมีหน้าที่สำคัญคือ การทำให้กระดูกสันหลังของเราตรงในเวลานอนครับ โดยจะรองหัวและคอของเรา (เพิ่งรู้นะเนี่ย นึกว่าเพียงแค่ใช้หนุนหัวให้สบาย ๆ เท่านั้น) ดังนั้นหากใครชอบมีอาการปวดคอในตอนเช้า ลองเปลียนหมอนดูนะครับ

ในปัจจุบันนั้น เรามีหมอนมากมายหลายแบบให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงและวัสดุที่ทำเป็นหมอน ทีนี้คำถามต่อมาคือ แล้วเราจะใช้หมอนแบบไหนดี?  คุณ Ana ได้แบ่งประเภทหมอนออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ครับ

1. หมอนที่ทำจากธรรมชาติ คือใช้ขนสัตว์จริง ๆ ทำเป็นหมอน จะที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ป้องกันไรฝุ่น เวลาหนุนจะเย็นสบายกว่า และสามารถพับเพื่อเพิ่มความสูงได้ ดังนั้นเวลาเปลี่ยนท่านอน เราก็จะสามารถเปลี่ยนทรงหมอนให้เหมาะสมกับท่านอนของเราได้ แต่มีข้อเสียคือความนิ่มของมัน จะทำให้รองคอได้ไม่ดีครับ

2. หมอนที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ เป็นหมอนที่เราเห็นกันบ่อยในห้างสรรพสินค้าครับ หมอนประเภทนี้ดีตรงที่สามารถคงรูปและความสูงได้ดีกว่าหมอนจากขนสัตว์ ซึ่งทำให้รองคอได้ดีกว่า แต่อายุการใช้งานของหมอนชนิดนี้จะสั้นกว่าหมอนจากขนสัตว์ครึ่งหนึ่งครับ และหมอนประเภทนี้จะเปลี่ยนรูปทรงไม่ค่อยได้ ทำให้เวลาเปลี่ยนท่านอน อาจทำให้นอนไม่สบายได้ครับ

หมอนรูปสุนัขสวยๆ

 

หลังจากอ่านประเภทหมอนแล้ว ผมคาดว่าหลายคนอาจจะคิดว่า ยังงี้หมอนที่ทำจากธรรมชาติ ดีกว่าสิ ผมขอบอกเลยว่า “ผิด” ครับ เพราะคุณ Ana บอกว่าหมอนทั้งสองแบบนั้น เหมาะกับลักษณะการนอนของแต่ละคนครับ คือ สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนท่าเวลานอน หมอนที่ทำจากธรรมชาติจะดีกว่าครับ เพราะพอเราเปลี่ยนท่า เราก็เปลี่ยนทรงหมอนซะ แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยเปลี่ยนท่านอน หมอนที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์จะดีกว่าครับ เพราะจะรองคนได้ดีกว่า

รูปทรงของหมอน

 

ส่วนรูปทรงของหมอนที่ดีที่สุดนั้น คุณ Ana แนะว่า เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่า เราชอบนอนแบบไหน? นอนหงาย นอนตะแครง นอนดิ้น ฯ และจึงค่อยคิดถึงรูปทรงของหมอนและขนาดของหมอนครับ ส่วนใครที่ไม่ทราบว่าตัวเองนอนยังไงกันแน่ ก็ใช้วิธีซื้อหมอน 2-3 รูปแบบมาลองหนุนสัก 2-3 เดือนต่อใบครับ

นอกจากนี้คุณ Ana ยังแนะว่า ถ้าต้องการหลับยาว ๆ แบบสบาย ๆ โดยไม่ตื่นบ่อย ๆ ให้เราเตรียมหมอนไว้ 2 ใบครับ โดยในช่วงกลางดึก ถ้าเราตื่นขึ้นมาให้เปลี่ยนมาใช้หมอนอีกใบที่ “เย็นกว่า” เนื่องจาก ความเย็นของหมอนจะทำให้อุณหภูมิของร่างกายเราลดลง ซึ่งจะทำให้ความถี่ในการตื่นลดลงครับ (นิสัยนี้ผมก็เป็นครับ เวลาอากาศร้อน ๆ ช่วงหัวค่ำ ผมจะชอบหาจุดเย็น ๆ หนุน โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นหมอน หมอนกอด หรือที่นอน…..)

Being a twin means you always have a pillow or blanket handy

 

และคุณ Ana ยังบอกด้วยว่า คนเรานั้นมักจะเปลี่ยนท่านอนทุก ๆ ชั่วโมง ทำให้หมอนที่เหมาะสมจะเปลี่ยนไปตามท่าทางการนอน ดังนั้นจึงควรมีหมอน 2 ใบครับ บางคนตอนเริ่มนอน นอนกับหมอนใบนึง แต่เวลาตื่นกลับตื่นด้วยหมอนอีกใบ ซะงั้น….. (รูปประกอบโดนใจมากครับ ดิ้นมาหนุนตูด 555)

แถมท้ายด้วยวิธีการดูว่า ถึงเวลาเปลี่ยนหมอนแล้วหรือยัง? คุณ Ana บอกว่า ปกติ หมอนจากขนสัตว์ จะมีอายุการใช้งานประมาณ 5-6 ปี โดยถ้าพับหมอนแล้ว มันกลับมาสภาพเดิมและยังมีความสูงเหมือนเดิม  ก็แสดงว่าหมอนยังดีอยู่ครับ แต่ถ้าความสูงไม่เท่าเดิมหรือเป็นหลุมก็ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วครับ (อันหลังนี่เคยเจอกับตัว) ส่วนหมอนที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ จะมีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปี และถ้าพับหมอนแล้วไม่คืนสภาพเดิม ก็แสดงว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนหมอนแล้วครับ

อีกนิด เราสามารถยืดอายุหมอนได้ด้วยการใส่ปลอกหมอนที่อากาศถ่ายเทได้ครับ โดยปลอกหมอนจะช่วยกันไรฝุ่นและเหงื่อของเราครับ เท่านี้เพื่อน ๆ น่าจะสามารถเลือกซื้อหมอนที่เหมาะกับตนเองได้แล้วนะครับ ขอให้นอนหลับฝันดีกันทุกคน (แต่ระวังน้ำลายไหลนะจ๊ะ......)

3556432838 83a1b5e25b o

ที่มา : http://www.wsj.com/articles/which-pillow-helps-me-sleep-better-1430147953