fbpx

มังคุดผลไม้ที่ไม่ธรรมดา

May 18, 2015

สวัสดีครับ ส่วนตัวแล้ว ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะแต่งบทความอาทิตย์ละ 1 บทความป้อนเข้าเว็บ Moreminimore.com แห่งนี้ ขอบอกตามตรงว่า เวลามันเดินเร็วจริง ๆ แป๊ปเดียวอีกอาทิตย์ล่ะ ไม่รู้จะมีใครอ่านสักกี่คน ถ้ามีคนอ่านก็ขอคอมเม้นท์สักหน่อยก็ดีนะครับ จะในเว็บ ในเฟส หรือที่ไหนก็ได้ คนเขียนได้มีกำลังใจ......

เอาล่ะเข้าเรื่อง ๆ วันนี้ผมจะมาเล่าเกี่ยวกับมังคุด เกริ่นถึงที่มาสักนิดล่ะกัน คือว่า....มัน....บังเอิญมีงานที่เกี่ยวข้องกับ “มังคุด” เข้ามา เลยทำการศึกษาในเน็ตสักหน่อย อ่านไปอ่านมาต้องร้อง.....ว้าว..... มังคุดนี่สุดยอดจริง ๆ มันอะไรจะขนาดนั้นเนี่ย เลยตัดสินใจว่าบทความอาทิตย์นี้ เรามาเล่าเรื่อง “มังคุค” กันดีกว่า

มังคุด เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ผมกินได้เป็นโล ๆ เฮ้ย...บอกทำไม.... เข้าเรื่องล่ะ มันเป็นพันธุ์ไม้ไม่ผลัดใบในเขตร้อนตระกูลหนึ่ง และเนื่องจากผลของมันเป็นที่นิยมกันมาก มังคุดจึงได้รับขนานนามว่า “ราชินีของผลไม้” และมังคุดยังเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยเรา เพราะเราส่งออกมังคุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียวครับ ทีนี้มาดูประโยชน์กันบ้างนะครับ ผมขอแจงสารสำคัญในมังคุดเป็นข้อ ๆ เลยล่ะกัน

Mangostano Mangustin Mangustan Garcinia

1. แซนโทน (Xanthone) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีรายงานวิจัยหลากหลายแขนงรวมกันมากที่สุด จนเป็นที่เชื่อถือได้ว่า เป็นสารที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อร่างกายของมนุษย์ในหลากหลายมิติ หรือพูดง่าย ๆ คือ มันดีมาก ๆ ครับ ทำไมล่ะ เพราะแซนโทน มันม่ีความสามารถในการถูกร่างกายดูดซึมได้ดีมาก และสามารถคงอยู่ในร่างกายได้ทั้งในเลือดที่เป็นน้ำ และไขมันในระบบทางเดินอาหาร และด้วยเหตุนี้เอง แซนโทนจึงสามารถจัดการกับอนุมูลอิสระได้ในหลาย ๆ ที่ (อารมณ์ประมาณ หุ่นยนต์อเนกประสงค์ รบที่ได้สภาพพื้นที่น่ะครับ) และสารนี้จัดว่าเป็นพระเอกของมังคุดเลย

แล้วสงสัยไหม อนุมูลอิสระ มันไม่ดียังไง ทำไมปัจจุบันถึงมีสินค้าหลากหลายชนิด มากล่าวอ้างว่า จัดการอนุมูลอิสระกันมากมาย ผมจะไม่ลงลึกนะ (เพราะตัวเองก็ไม่ได้เก่งด้านเคมีสักเท่าไหร่) แต่จะสรุปสั้น ๆ ว่า อนุมูลอิสระ มันมีความสามารถพิเศษในการทำลายดีเอ็นเอ และเยื่อหุ้มเชลล์ ในร่างกายของเรา ทำให้เกิดการอักเสบเล็ก ๆ ไปทั่วร่างกาย เลยทำให้เชลล์ของเรานั้นเสื่อมสภาพเร็วครับ พอเชลล์เสื่อมสภาพ เชลล์ก็จะเริ่มทำงานผิดปกติ เช่น แบ่งตัวผิดปกติ (คือเป็น มะเร็ง นั่นเอง) การเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ และที่สำคัญที่สาว ๆ กลัวคือ ทำให้เชลล์แก่เร็ว จนเกิดรอยเหี่ยวย่นตามร่างกาย..... ตรงนี้แหละ แซนโทน จะมาช่วยเรา..... (ว่าแล้วก็ยิ่งหิว....)

2. แทนนิน (Tannin) เป็นสารที่มีสถานะเป็นกรดอ่อน ๆ มีรสฝาด พบได้ในพืชหลายชนิด มีฤทธิ์เป็นยาแก้ท้องเสีย และยังสามารถยับยั้งแบคทีเรียได้ ที่น่าสนใจคือแบคทีเรียนี่แหละครับ มันเลยช่วยทำให้ช่วยสมานแผลได้อีกด้วย (คือแผลหายเร็วขึ้นนั่นเองครับ)

3. เฟโวนอยด์ (Flavonoid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกตัวที่อยู่ในมังคุด ช่วยหยุดปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระได้

4. แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะยับยั้นการเกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ (ไม่ขออธิบายล่ะกัน กลัวยาว) ทำให้ป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง เบาหวานMangosteen pile singapore 218853 640

5. คาเทชิน (Catechins) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (อีกแล้ว) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซี และวิตามินอี

6. วิตามินบี 1 หรือ Thiamine เป็นสารที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ และสังเคราะห์เองไม่ได้ (คือต้องกินเข้าไปเท่านั้นน่ะครับ) หน้าที่สำคัญของสารนี้คือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหารจำพวกแป้ง เนื้อสัตว์ และไชมัน และยังมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทอีกด้วย คนที่รับวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอจะทำให้เป็นโรคเหน็บชาครับ

7. วิตามินบี 2 หรือ Ribofalvin เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเผาผลาญสารอาหาญที่ให้พลังงาน (เหมือนวิตามินบี 1 ครับ) การขาดวิตามินบ 2 จะทำให้เป็นโรคปากนกกระจอก มีแผลที่มุมปาก ริมฝีปากแห้งแตก ระคายเคืองตา และมองไม่ชัดครับ

8. วิตามินซี หรือ Ascorbic acid เป็นหนึ่งในสุดยอดวิตามิน โดยเฉพาะกับสินค้าประเภทเครื่องสำอาง เพราะวิตามินซี จะช่วยให้ขาวอย่างเห็นผลครับ นอกจากเรื่องผิวขาว วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย การขาดวิตามินซีจะทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิด แผลหายช้า ปวดกระดูกและข้อ เส้นเลือดเปราะ ฯลฯ

9. กรดไลโนเลอิก (Linoleic acid) เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย และร่างกายสร้างไม่ได้เอง กรดชนิดนี้จะส่งผลต่อการเจริญเติบโต การพัฒนาและการทำงานของสมอง และการสืบพันธุ์ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น รักษาสมดุลของระบบการแข็งตัวของเลือด ทำให้คอเลสเตอรอบและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลง ฯ พอล่ะกับข้อดี ขอบอกในสิ่งที่อยากจะบอกเลยคือ กรดนี้ ต้องเคี้ยวเมล็ดมังคุดและกลืนลงคอด้วยถึงจะได้ครับ เมล็ดมังคุดมักจะมีรสฝาด ๆ มัน ๆ ขอบอกเลยว่า ถ้าคุณกินมังคุดและคลายเม็ดทิ้ง คุณก็พลาดโอกาสได้กรดสุดยอดตัวนี้ครับ

 

ฟู่...... ครบล่ะ สรุปคือ มังคุด มีความสามาถเด็ดตรงที่การต้านอนุมูลอิสระครับ ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคร้ายได้หลายโรคเลยทีเดียว รวมถึงยังช่วยให้แก่ช้าลงด้วยนะครับ (เนื่องจากเชลล์ทำงานน้อยลง จึงเป็นการยึดอายุเชลล์ทางอ้อมครับ) แต่ขอเตือนไว้นิดว่า การกินมังคุดมากไปก็อาจทำให้เป็นเบาหวานได้นะครับ ควรกินแต่พอดี ๆ ครับ และที่สำคัญอย่าลืมกินเมล็ดของมัน...

 

ปล. บทความนี้เป็นบทความที่ค้นคว้ามากที่สุด เท่าที่เคยเขียนมาเลย อาจจะมีข้อมูลที่ขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้าง ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ

 

ที่มา

https://www.facebook.com/Siamnutra.Tik.Suriya/posts/527349100631135

http://th.wikipedia.org/wiki/แทนนิน

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2951/flavonoid-ฟลาโวนอยด์

http://en.wikipedia.org/wiki/Flavonoid

http://th.wikipedia.org/wiki/แอนโทไซยานิน

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2025/vitamin-b1-thiamine

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1911/vitamin-b2-riboflavin

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1723/vitamin-c-ascorbic-acid

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1647/linoleic-acid-กรดลิโนเลอิก

http://health.kapook.com/view93601.html