fbpx

ฝึกภาษาด้วยการเขียนไดอารี่ภาษาอังกฤษกันเถอะ

December 6, 2019

อย่างที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่า ภาษาอังกฤษนั้นสำคัญมาก ๆ หลาย ๆ คนใช้ภาษานี้เป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันไปแล้ว และเพื่อให้น้อง ๆ และเพื่อน ๆ ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง บทความนี้ เลยขอเขียนเกี่ยวกับเทคนิคฝึกภาษาอังกฤษส่วนตัวที่ใช้อยู่ และช่วยพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษแบบก้าวกระโดดเลยครับ

เทคนิคที่ผมใช้ก็คือ "การเขียนไดอารี่" ครับ เพียงแต่เปลี่ยนจากการใช้ภาษาไทย เป็นภาษาอังกฤษแทน... หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะรู้สึกว่า "เราทำไม่ได้" หรือ "มันยากอ่ะ" ผมยอมรับเลยนะครับ ครั้งแรกที่ตั้งใจจะเขียนไดอารี่ เป็นภาษาอังกฤษนั้น ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน

ในตอนนั้นเอง ผมก็เกือบจะไม่เริ่มแล้วครับ เพราะคิดว่าภาษาอังกฤษของเรามันไม่ได้เรื่อง แต่.... พอคิดดูให้ดี ๆ แล้ว ต่อมาผมเปลี่ยนใจและลองเขียนครับ สิ่งที่ผมคิดได้นั้น สรุปเป็นข้อ ๆ ตามนี้เลย

เหตุผลที่ทำให้เริ่มเขียนไดอารี่เป็นภาษาอังกฤษ

  1. ไม่มีใครมาอ่านไดอารี่เราหรอก สิ่งหนึ่งที่เรามักจะคิดคือ ถ้าเราเขียนไม่ดี เวลาใครมาอ่านจะอายเขา... แต่พอคิดดี ๆ แล้ว ไม่มีใครมานั่งอ่านไดอารี่ของเราหรอกครับ ดังนั้นต่อให้เขียนผิด สะกดผิด ยังไงก็ตาม ก็ไม่มีใครมาว่า มาสนใจอยู่แล้ว ดังนั้นจะอายไปทำไม?
  2. ทักษะ จะได้มาต้องฝึก เหมือนเล่นเกมครับ ถ้าเราจะเล่นเกมให้เก่ง เราก็ต้องฝึกเล่น ดังนั้นถ้าเราต้องการจะใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ดี เราก็แค่หยิบปากกามาฝึกเขียน และขอบอกเลย จากประสบการณ์ส่วนตัว...เราจะแปลกใจตัวเองว่า "เราเขียนได้!!!!"
  3. ใช้เงินลงทุนหน่อย เพื่อให้เราเห็นคุณค่า ส่วนตัวผมลงทุนซื้อไดอารี่สวย ๆ และปากกาหมึกซึม Lamy มาใช้ ทำให้เวลารู้สึกขี้เกียจ พอเห็นอุปกรณ์จะรู้สึกว่า ถ้าไม่เขียนเงินที่เราลงไปก็จะสูญเปล่า ครับ

3 เหตุผลข้างต้น ผมใช้เป็นเหตุผลที่ทำให้เริ่มเขียน และขอเล่าประสบการณ์จริงนิดนึง ไดอารี่ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษวันแรกนั้น... ยาวววววมากครับ... เขียนเป็นเรียงความ เล่นเอาตัวเอง "งง" ไปเลยครับ คิดไม่ถึงว่าเราเขียนได้ขนาดนี้

และต่อมา หลังจากเขียนยาว ๆ มาสัก 2-3 วัน ผมก็เริ่มขี้เกียจและเขียนสั้นลงเรื่อย ๆ จากวันละ 20 - 30 ประโยค มาเลยแค่ 1-2 ประโยค แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวคือ เราเริ่มคิดประโยคไวขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ต่อมาหลังจากเขียนมาได้สัก 3-4 เดือน ผมก็รู้สึกตัวเองว่า เราเขียนไดอารี่ทุกวัน และมีแต่ประโยคเดิม ๆ ผมเลยมีการปรับกลยุทธ์ในการเขียนใหม่ ตามนี้

กลยุทธ์สร้างแรงจูงใจให้เขียนไดอารี่มากขึ้น

  1. ใช้แอปสำหรับเขียนไดอารี่ เนื่องจากส่วนตัว ผมเป็นคนชอบ IT อยู่แล้ว ดังนั้นการใช้แอปจึงเป็นสิ่งที่จูงใจผมมากที่สุด การใช้แอปสำหรับเขียนไดอารี่นั้น นอกจากจะช่วยแก้เรื่องสะกดผิดแล้ว มันยังมีการเก็บข้อมูลที่ในระยะยาว เราได้ประโยชน์มาก ๆ ครับ นั่นก็คือ การเก็บข้อมูลสถานที่เขียน, อารมณ์ระหว่างเขียน, รูป และสภาพอากาศ ทำให้หลังจากเราเขียนเก็บเข้าแอปไปนาน ๆ เราจะสามารถดูข้อมูลชีวิตของเราคร่าว ๆ ได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะแนะนำแอปนี้ท้ายบทความนะครับ
  2. ดูรูปแบบการเขียนไดอารี่ของคนอื่น ลองค้นหาใน Google ดูเกี่ยวกับรูปแบบการเขียนไดอารี่ครับ จะมีไอเดียในการเขียนมากมากเลย รูปแบบการเขียนที่เด่น ๆ เช่น Bullet diary ครับ ลองค้นหาด้วยคำนี้ดู แล้วเราอาจจะมองโลกของการเขียนไดอารี่เปลี่ยนไปครับ
  3. วาดรูป ลองวาดรูปท้ายไดอารี่ก็เป็นอีกเทคนิคที่ฝึกให้เราเขียนในรูปแบบที่เปลี่ยนไปครับ เทคนิคนี้เราอาจจะไม่เขียนยาวขึ้น แต่รูปประโยคที่เราใช้มันจะเปลี่ยนไป และเราจะเริ่มใช้คำศัพท์เพื่ออ้างอิงรูปมากขึ้นครับ ถ้าลองใช้ Google ดูไดอารี่ที่ฝรั่งทำกัน จะเป็นไดอารี่สวย ๆ จากการวาดรูปเพิ่มเข้าไปมากมายเลยครับ

จากกลยุทธ์ข้างต้น สุดท้ายปัจจุบันทำให้ผมนั้น ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ในการจดโน๊ตส่วนตัวในทุกเรื่องไปแล้ว.... ยอมรับว่า "งง" กับตัวเอง แต่สาเหตุหลักคือ ภาษาอังกฤษมันกระซับและสั้นกว่าภาษาไทย ครับ

ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ผมกินข้าวกับเพื่อนเมื่อวานนี้ กับ I ate with friends yesterday.

ลองนับดูครับว่า การพิมพ์ภาษาไทยใช้เวลาพิมพ์เยอะกว่า ภาษาอังกฤษเยอะ... และด้วยรูปประโยคภาษาอังกฤษมันอธิบายความหมายลึกซึ้งกว่า

ลองสังเกตคำว่า "เพื่อน" ครับ ภาษาไทยนั้น "เพื่อน" มันอาจไม่ถึงเพื่อนคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ แต่ภาษาอังกฤษ "friends" มันชัดเจนเลยว่า เพื่อนมีหลายคน โดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มแบบภาษาไทย

ก่อนจบบทความ ผมขอแนะนำแอปสำหรับเขียนไดอารี่นี้ครับ Journey

แอปนี้สามารถติดตั้งได้ทุกเครื่องและทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น Windows, Mac, Android และ iOS ครับ และราคาก็ไม่แพงด้วย ตัวแอปสามารถแสดงแผนที่เพื่อโชว์ได้ด้วยว่า เรามีเขียนไดอารี่ที่ไหนบ้าง เหมาะมากเวลาไปเที่ยวแล้วเราจะกลับมาดูทีหลังว่า เราเคยไปที่นี่หรือยังครับ

สุดท้ายนี้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่ต้องการจะฝึกภาษาอังกฤษกันนะครับ