fbpx
trabajo casino uruguay gambling economic contribution temp now casino casino praia da rocha pala casino zip code

ชีวิตเล็ก ๆ ของสิงโต

บทความนี้ผมเขียนเป็นกรณีพิเศษให้กับเจ้าลูกแมวตัวน้อยของผมที่ชื่อว่า “สิงโต” ครับ สิงโตกับผมนั้นเจอกันครั้งแรกในวัดที่ผมบวชอยู่ ประมาณวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งเป็นวันก่อนผมลาสึกขาออกมาเป็นฆราวาสได้ 2 เท่านั้นเอง

สิงโตนั้นเป็นชื่อที่น้องสาวของผมตั้งให้… เพราะความใจเด็ดของมัน…. ครั้งแรกที่ผมเจอในวัด เจ้าสิงโตนอนซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ และมันได้ทำให้ผมตกใจ เพราะขาหลังของมันพิการไปข้างหนึ่ง… เวลาเดินขาหลังข้างซ้ายของมันจะลากไปตามพื้น… ผมจึงตัดสินใจจับมันมาเลี้ยง เพราะวิเคราะห์แล้วว่า ถ้าอยู่ที่วัดคงตายอย่างแน่นอน… และแล้วผมกับมันก็เล่นวิ่งไล่จับกัน… ลองคิดสภาพพระตัวใหญ่ไล่จับลูกแมว แต่ตามไม่ทันสิครับ…

เจ้าสิงโตนั้น แม้ขาจะพิการไปข้างหนึ่ง แต่มันก็ยังวิ่งเร็วมาก… มันวิ่งไปหลบใต้สะพาน ซึ่งผมไม่สามารถเข้าได้จากด้านหน้า… ผมจึงค่อย ๆ ย่องอ้อมเข้าทางด้านหลัง และค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับตัวมันจากด้านหลัง… แค่เริ่มต้นก็เล่นเอาเหงื่อออกน่าดูแล้ว…

หลังจากกลับมาที่กุฎิ ผมก็ให้อาหารลูกแมวแบบเปียก แต่มันแน่จริงครับ เจ้าสิงโตไม่ยอมกิน… ผมเทใว้ให้ทั้งคืน มันก็มัวแต่หลบอยู่ที่มุมห้อง… สุดท้ายผมจึงใช้วิธีจับเอาจมูกมาแตะกับอาหาร มันถึงได้ยอมกิน… ณ ตอนนั้นผมยอมรับในความใจเด็ดของลูกแมวตัวนี้จริง ๆ

หลังจากนั้นผมก็ได้พาเจ้าสิงโตไปหาหมอ เพื่อรักษาอาการขาพิการ… ซึ่งเข้าใจว่ากระดูกหัก… แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่… ที่ขามันพิการ เพราะขามันไม่มีแรงครับ… หลังจากนั้นผมก็ต้องทำการป้อนยาบำรุงประสาท และทำกายภาพบำบัดให้มัน… จนกระทั่งเจ้าสิงโตสามารถเดินเหมือนแมวปกติทั่วไป…

แต่….ความปกติเป็นได้แค่ 2-3 วันเท่านั้น… อยู่ดี ๆ เจ้าสิงโตก็เกิดอาการนอนซม อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน… ท้องมีอาการโตผิดปกติ และขาหลังเกิดไม่มีแรงทั้ง 2 ข้าง…ทำให้เวลาเดินต้องเดินลากก้นไปกับพื้น (นึกภาพแมวทำท่าฉี่ และใช้แต่ขาหน้าดึงตัวเองไปสิครับ เป็นอย่างนั้นเลย)… และด้วยเหตุนี้ ทำให้เจ้าสิงโตไม่สามารถมาฉี่ในทรายแมวได้ทัน… ทุกครั้งที่มันปวดฉี่ มันจะรีบลากก้นตัวเองมาที่ทราย แต่สุดท้ายฉี่มันก็ไหลก่อนถึงทรายทุกที… ทั้ง ๆ ที่ผมเปลี่ยนภาชนะหลาย ๆ แบบให้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลอยู่ดี

ผมจึงรีบพาไปหาหมอ….ซึ่งหมอก็ให้ยาถ่าย และยาขับปัสสวะมาให้กิน… ตอนนี้เองที่หมอบอกกับผมว่า เจ้าสิงโตมีกระดูกสันหลังที่ผิดปกติ ทำให้ร่างกายครึ่งตัวมีความอ่อนแรง… และส่งผลต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย…

ตั้งแต่วันนั้นมา ผมกับสิงโตจะต้องรบกันทั้งเช้าและเย็น เพื่อป้อนยาให้มัน… จนสุดท้ายตอนหลังป้อนเท่าไหร่มันก็คายออก… จึงเปลี่ยนเป็นวางยาในอาหารแทน… การสู้รบเล็ก ๆ ของผมกับสิงโต ถึงได้ยุติลง….

แต่…. ท้องเจ้าสิงโตไม่ยอมยุบ และยังเดินลากก้นเหมือนเดิม แน่นอน ปัญหาเรื่องฉี่ ก็เหมือนเดิม …ต่อมาวันหนึ่งมันนอนทั้งวัน จนผมรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี… จึงรีบพาไปหาหมออีก… ครั้งนี้ระหว่างเดินไปหาหมอ ได้มีคนรู้จักแนะนำให้ไปหาหมอที่กระทุ่มแบบ เพราะที่นั้นมีเครื่อง x-ray ซึ่งจะทำให้รักษาได้ดีกว่า… แน่นอน ผมขึ้นรถรีบนำเจ้าสิงโตไปทันที

เมื่อพบหมอคนใหม่ ก็ได้ทำการ x-ray เจ้าสิงโต และพบว่าในตัวนั้นมี น้ำมากเลย แถมยังมีน้ำที่ปอดอีกด้วย… ตอนนี้เองที่ทำให้ผมรู้ว่า ปัญหาที่กระดูกสันหลัง น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ ทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนผิดรูป… หมอจึงให้อยู่ที่คลีนิก 2-3 วัน… พอครบกำหนด ผมไปรับ พบกว่าท้องยุบ และเจ้าสิงโตดูสดใสขึ้นมาก…

กลับมาถึงบ้านกระโดดออกจากตระกร้าเอง วิ่งไปหาของกินอย่างรวดเร็ว จนผมคิดว่า มันคงหมดเวรหมดกรรมเท่านี้แล้วสินะ…. เท่านี้ผมก็รู้สึกสบายใจมาก….

แต่ความสุขน้อย ๆ ของเจ้าสิงโตมีแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น… อยู่ดี ๆ เจ้าสิงโตก็มีอาการหมดแรงอีก และนอนอย่างเดียวทั้งวัน… พอสังเกตดี ๆ พบว่า ขาหน้าเกิดไม่มีแรงขึ้นมา… ซึ่งมันแปลกประหลาดมาก เพราะเจ้าสิงโตมีปัญหาที่กระดูกสันหลัง ถ้ามีปัญหากับขาหลังนี่พอเข้าใจ แต่กับขาหน้านี่มันแปลก…

ผมจึงรีบไปหาหมออีกครั้ง…. ครั้งนี้หมอได้ให้น้ำเกลือและฉีดยาบำรุงมา 2 เข็ม…หลังจากทำอย่างนี้ได้สัก 2 ครั้ง เจ้าสิงโตก็มีแรงลุกมากินอาหารเองได้ แต่ก็ยังเดินแบบไม่ค่อยมีแรงอยู่ดี…และผมก็พยายามทำกายภาพบำบัดให้ทุกวัน…. แต่หลังจากมีแรงได้ 1-2 วัน เจ้าสิงโตก็เริ่มเอาแต่นอนอยู่กับที่ โดยเฉพาะบนกองทรายแมว… เวลาฉี่ก็นอนฉี่ เพราะลุกไม่ได้…

ช่วงนี้ผมเห็นคราบน้ำตาของเจ้าสิงโตบ่อยมาก…. แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง…เพราะมันเป็นปัญหาที่กระดูกสันหลัง… และตอนนั้นก็คิดว่าที่ขาหน้าไม่มีแรงเพราะมันบาดเจ็บจากการกระโดดไปมาในช่วงที่มันแข็งแรง….

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 เจ้าสิงโตมีอาการใช้ปากหายใจอย่างแรง… และมีน้ำตาออกมามากผิดปกติ เหมือนกันกำลังร้องไห้อยู่… ผมรีบพาไปหาหมอทันที… พอถึงมือหมอ พบว่ามีน้ำในปอดและช่องท้องมาก จึงทำให้ผมรู้ว่า เจ้าสิงโตติดเซื้อไวรัส FIV ซึ่งน่าจะติดมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่วัด…

และตอนนั้นเองที่ผมสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวและอาการทั้งหมดได้…. ที่จริงแล้ว เจ้าสิงโตมีอาการน้ำท่วมปอดมานาน ตั้งแต่ตอนที่ไปหาหมอครั้งแรกแล้ว เพราะมีอาการหายใจถี่ ๆ แต่ตอนนั้น เนื่องจากท้องโต ทุกคนจึงสนใจแต่ท้องกัน… ส่วนผมที่สังเกตเห็นอาการนี้ก็คิดว่าเป็นเพราะมันเจ็บ…

ต่อมามีการยึนยันตอนที่ x-ray ครั้งแรกว่ามีน้ำในปอด แต่ตอนนั้นทุกคนมุ่งรักษาอาการท้องบวมก่อน…ซึ่งหลังจากรักษาหาย…ผมก็ลืมเรื่องปอดไป เพราะเป็นเจ้าสิงโตวิ่งเล่นได้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน…

ต่อมา อาการหายใจไม่ออกน่าจะหนักขึ้น ทำให้เหนื่อย เจ้าสิงโตจึงเอาแต่นอน ส่วนเรื่องขาหน้าไม่มีแรงก็เพราะการหายใจไม่ค่อยออก ทำให้ไม่อยากออกแรงนั่นเอง….

มาถึงจุดนี้ จึงทำให้ผมรู้ว่า น้ำตาที่ผมเห็นทุกครั้ง คือ ร่องรอยของความอดทน อดกลั้นอย่างถึงที่สุด และน้ำตาเมื่อวันที่ 27 เมษายน ก็เป็นน้ำตาที่เกิดจากสภาพจิตใจที่ไม่สามารถรับกับสภาพร่างกายตัวเองได้แล้ว และรู้ว่าใกล้ถึงเวลาของตนแล้วแน่นอน….

หลังจากการหาหมอครั้งนี้ ก็คือครั้งสุดท้ายที่ผมกับเจ้าสิงโตเห็นหน้ากันและกัน…. ต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2560 เวลาใกล้เที่ยง เจ้าสิงโตก็ได้จากไปอย่างสงบ ซึ่งผมก็ไปรับร่างเจ้าแมวน้อยผู้น่าสงสารตัวนี้มาฝังด้วยมือตนเอง….

เหตุการณ์ที่ผมได้เล่ามาทั้งหมดนั้น เกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2560 หรือคิดเป็นเวลา 2 เดือนเต็ม ๆ ที่ผมกับสิงโตอยู่ด้วยกัน… สำหรับอายุของเจ้าสิงโตนั้นผมไม่สามารถทราบได้ แต่ผมมั่นใจได้ว่า ยังไม่ครบ 1 ปีแน่นอน…

ประสบการณ์ครั้งนี้ ได้สร้างบทเรียนสำคัญให้กับผม… ลูกแมวตัวเล็ก ๆ อายุไม่ถึงปี กับความอดทนต่อโรคร้ายถึง 2 โรคพร้อมกัน คือ ช่วงขาหลังไม่มีแรงเพราะกระดูกสันหลังผิดปกติ กับ หายใจไม่ค่อยออก เพราะ FIV … และอยู่ในสภาพนี้ถึง 2 เดือนเต็ม ๆ…..

มันทำให้ผมอดมองตัวเองไม่ได้ว่า ปัญหาชีวิตที่ผมเผชิญอยู่นั้น ถ้าเทียบกับเจ้าสิงโตแล้ว ใครหนักกว่ากัน….. สำหรับผมแล้ว จากนี้ไปเจ้าสิงโตจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความอดทนอดกลั้น ตลอดไป…

จุดมุ่งหมายของบทความนี้นั้น ก็เพื่อที่จะถ่ายทอดการต่อสู้ชีวิตของลูกแมวตัวนึง โดยหวังว่าเรื่องราวของเจ้าสิงโตนี้ จะเป็นประโยชน์และช่วยให้กำลังใจแก่ผู้อ่าน ในการสู้ชีวิตต่อไป ครับ…

 

แชร์ให้เพื่อน

Share on facebook
Share on Facebook
Share on twitter
Share on Twitter
Share on linkedin
Share on Linkdin
Share on pinterest
Share on Pinterest

บทความที่คล้ายกัน

ความคิดเห็น